ข้อเสนอการให้และการอาสาช่วยเหลือสังคม

สืบเนื่องจากการความรุนแรงของปัญหาที่สะสมในในสังคมไทยที่มีทั้งในภาพกว้างและลึก และจากพระราชดารัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2549

“คุณธรรมซึ่งเป็นที่ตั้งของความรัก ความสามัคคีที่ทาให้คนไทยเราสามารถร่วมมือร่วมใจกันรักษาและพัฒนาชาติบ้านเมืองให้เจริญรุ่งเรืองต่อกันไปได้ตลอดรอดฝั่ง ....ประการที่สอง คือ การที่แต่ละคนต่างช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ประสานงาน ประสานประโยชน์กัน ให้งานที่ทาสาเร็จผล ทั้งแก่ตน แก่ผู้อื่นและกับประเทศชาติ” และจากพระราชดารัส เนื่องในโอกาสปีใหม่ ปี 2546 ที่ว่า

“...การให้ ยังเป็นบ่อเกิดแห่งความสุขอีกด้วย กล่าวคือ ผู้ให้ก็มีความสุข มีความอิ่มเอิบใจ ผู้รับก็มีความสุข มีกาลังใจ สังคมส่วนรวม ตลอดถึงประเทศชาติ ก็มีความผาสุก มีความร่มเย็น ในปีใหม่นี้ ข้าพเจ้าจึงปรารถนาอย่างยิ่ง ที่จะเห็นชาวไทย มีความสุขถ้วนหน้ากัน ด้วยการให้ คือ ให้ความรัก ความเมตตากัน ให้น้าใจไมตรีกัน ให้อภัยไม่ถือโทษ โกรธเคืองกัน ให้การสงเคราะห์ อนุเคราะห์กัน โดยมุ่งดี มุ่งเจริญต่อกัน ด้วยความบริสุทธิ์ และจริงใจ...”

ประกอบกับคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2544 เห็นชอบปฏิญญาอาสาสมัครไทยและนโยบายการพัฒนางานอาสาสมัคร และจากการที่มีพลังภาคีของส่วนราชการ ประชาชน องค์กรธุรกิจและองค์การเอกชนจานวนมากที่พยายามเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการกับปัญหาสังคมและพัฒนาสังคม แต่ยังขาดระบบในการส่งเสริมสนับสนุนอย่างจริงจัง

คณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติ ได้มีการประชุม ครั้งที่ 3/2549 เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2549 เห็นว่าการสร้างสานึกความรับผิดชอบและการสร้างความเข้มแข็งของหุ้นส่วนทางสังคมโดยส่งเสริมจิตอาสาผ่านการให้และการอาสาช่วยเหลือสังคมอย่างเป็นระบบจะเป็นกลไกที่มีประสิทธิภาพในการจัดระบบการมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมจากทุกภาคส่วนจึงให้เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา ดังนี้

1. กาหนด เรื่อง การให้และการอาสาช่วยเหลือสังคมเป็นวาระแห่งชาติ
โดยมีเนื้อหาประกอบด้วย
1.1 การรณรงค์จิตสานึกการให้และการอาสาช่วยเหลือสังคม เช่น
- การรณรงค์เรื่องการให้และการอาสาช่วยเหลือสังคมในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา ในปี 2550
- การใช้โอกาสวันที่ 21 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติและวันอาสาสมัครไทย วันที่ 5 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันอาสาสมัครสากล รวมทั้งวันที่ 27 ธันวาคม (วันหลังเหตุการณ์สึนามิ) ซึ่งเป็นวันจิตอาสา เป็นวันจัดกิจกรรมหลักในการรณรงค์สร้างสานึกการให้และการอาสาช่วยเหลือสังคม
1.2 การขับเคลื่อนนโยบายและมาตรการต่าง
- มาตรการการเงินการคลัง ได้แก่ การจัดทาแผนแม่บทการเงินการคลังเพื่อสังคมที่เอื้อประโยชน์ต่อการส่งเสริมการให้และการอาสาช่วยเหลือสังคม การเปิดโอกาสให้องค์การเอกชนได้รับการประกาศเป็นองค์การกุศลสาธารณะเพื่อให้ได้รับการยกเว้นภาษีเพิ่มมากขึ้น การให้ประชาชนและนิติบุคคลสามารถบริจาคเงินเพื่อนาไปหักลดหย่อนภาษีได้เพิ่มมากขึ้น
- มาตรการด้านการศึกษา ให้พิจารณาเพิ่มหลักสูตรว่าด้วยการให้และการอาสาช่วยเหลือสังคมในหลักสูตรการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ และหลักสูตรการฝึกวิชาทหารของกระทรวงกลาโหม
- มาตรการในการเอื้อประโยชน์ให้ประชาชน เอกชนและข้าราชการเข้ามามีส่วนร่วมในงานอาสาสมัคร โดยการเปิดพื้นที่ให้อาสาสมัครเข้ามามีส่วนร่วมในการทางานร่วมกับรัฐ การให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐลาไปทางานอาสาสมัครโดยไม่ถือเป็นวันลา การให้พนักงานเอกชนลาไปทางานอาสาสมัครโดยการกาหนดมาตรการจูงใจให้สถานประกอบการอนุญาตให้พนักงานเอกชนสามารถลาไปปฏิบัติงานอาสาสมัคร เช่น การเอาวันลาของพนักงานมาเป็นแรงจูงใจในการลดหย่อนภาษี รวมทั้งการส่งเสริมความร่วมมือในเรื่องการให้และการอาสาช่วยเหลือสังคมกับองค์การระหว่างประเทศและในเวทีการประชุมระหว่างประเทศ
1.3 การพัฒนากลไกการให้และการอาสาช่วยเหลือสังคม เช่น การจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมการให้และอาสาสมัคร ในกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อเชื่อมประสานข้อมูลระหว่างผู้ให้และผู้รับ การพัฒนาเครือข่ายและศักยภาพอาสาสมัครและองค์กรอาสาสมัคร รวมทั้งการส่งเสริมงานอาสาสมัครในภาวะวิกฤต

2. ประกาศให้ปี พ.ศ. 2550 ซึ่งตรงกับวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระชนมพรรษา 80 พรรษา เป็นปีแห่งการให้และการอาสาช่วยเหลือสังคม

3. ขอความร่วมมือให้หน่วยงานต่าง ๆ จัดกิจกรรมเพื่อตอบสนองต่อวาระแห่งชาติในเรื่องการให้และการอาสาช่วยเหลือสังคม รวมทั้งปีแห่งการให้และการอาสาช่วยเหลือสังคม โดยให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นหน่วยงานหลักในการประสานงานและส่งเสริมการดาเนินงานดังกล่าว